แม่น้ำลพบุรี

แม่น้ำลพบุรี เป็นแม่น้ำแยกจากแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งซ้ายที่อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี ไหลผ่านจังหวัดลพบุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และไหลลงสู่แม่น้ำป่าสัก ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีความยาว 305 กิโลเมตร แม่น้ำลพบุรี ถูกกำหนดให้เป็นแหล่งน้ำประเภทที่ 3 ตามมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดินโดยต้องมีปริมาณออกซิเจนละลายไม่ต่ำกว่า 4 มิลลิกรัมต่อลิตร ปริมาณความสกปรกในรูปสารอินทรีย์ไม่มากกว่า 2 มิลลิกรัมต่อลิตร ปริมาณแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมดไม่มากกว่า 20,000 เอ็ม.พี.เอ็ม/100 มิลลิลิตร และปริมาณกลุ่มคัลโคลิฟอร์มไม่มากกว่า 4,000 เอ็ม.พี.เอ็ม/100 มิลลิลิตร

การติดตาม ตรวจสอบและเฝ้าระวังคุณภาพน้ำแม่น้ำลพบุรี ในปี 2554 จำนวน 3 สถานี คือ บริเวณท่าน้ำวัดบรมวงศ์ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สะพานข้ามแม่น้ำลพบุรี อำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจุดแยกต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี พบว่าคุณภาพน้ำแม่น้ำลพบุรี เมื่อเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน จัดอยู่ในประเภทที่ 4 โดยมีดัชนีบ่งชี้ที่สำคัญได้แก่ ปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำ(DO) มีค่าอยู่ในช่วง 2.3 -4.9 มิลลิกรัมต่อลิตร ปริมาณความสกปรกในรูปสารอินทรีย์(BOD) มีค่าอยู่ในช่วง 1.9 – 2.8 มิลลิกรัมต่อลิตร ปริมาณแอมโมเนีย มีค่าอยู่ในช่วง 0.2 - 0.4 มิลลิกรัมต่อลิตร ปริมาณโคลิฟอร์มแบคทีเรีย (TCB) มีค่าอยู่ในช่วง 615– 8,850 เอ็ม.พี.เอ็น/100 มิลลิลิตร และฟีคัลโคลิฟอร์มแบคทีเรีย (FCB) มีค่าอยู่ในช่วง 313 – 2,270 เอ็ม.พี.เอ็น/100 มิลลิลิตร

คุณภาพน้ำแม่ป่าสัก รวม 3 สถานี เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินพบว่า คุณภาพน้ำในช่วงฤดูร้อน (พ.ค.54) คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมมากร้อยละ 66.67

รูปที่ 2-12 ร้อยละของประเภทแหล่งน้ำ แม่ลพบุรีตามฤดูกาล

การติดตาม ตรวจสอบและเฝ้าระวังคุณภาพน้ำแม่น้ำลพบุรีปี 2554 เมื่อเปรียบเทียบกับคุณภาพน้ำของปี 2553 พบว่าคุณภาพน้ำมีแนวโน้มดีขึ้น โดยปี 2553 คุณภาพน้ำประเภทที่ 5 อยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมร้อยละ 25และคุณภาพน้ำประเภทที่ 3 อยู่ในเกณฑ์ดีร้อยละ 17 และปี 2554 ถึงแม้ว่าจะพบคุณภาพน้ำประเภทที่ 5 อยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมมากร้อยละ 25 แต่พบว่ามีคุณภาพน้ำประเภทที่ 3 อยู่ในเกณฑ์ดีร้อยละ 25

รูปที่ 2-5 เปรียบเทียบคุณภาพน้ำแม่น้ำลพบุรี ในปี 2553 และ 2554